| Te_Te님의 프로필ฤ ดู ก า ล ที่ เ วี ย น ...사진블로그리스트 | 도움말 |
|
ฤ ดู ก า ล ที่ เ วี ย น ว น ก็ เ ห มื อ น ค น ที่ เ วี ย น ว่ า ย6월 10일 เท่าเดิมเท่าเดิม ศิลปิน : ลาบานูน (Labanoon) Intro: A/A/A/F#m/D/E A F#m ฉันรู้ว่าเธอยังห่วงใย ฉันรู้ว่าใจเธอยังสั่น D E ฉันรู้ว่าเธอไม่ต้องการ ทำให้เรื่องของเราลงเอยแบบนี้ A F#m ถึงแม้ว่ามันลำบากใจ เธอก็ต้องไปอยู่ดี D E รีบเช็ดน้ำตาที่เธอมี คิดเสียว่าจะเจอคนดีกว่าฉัน D E A * อย่าคิดกังวลอะไร เดินไปตาม ที่เธอฝัน D E ** ฉันอยู่ตรงนี้ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงกัน A F#m เมื่อก่อนไม่มีใคร ฉันก็เคยผ่านมา D E เธอ.. พบคนที่ใช่ ก็ไปดีเถิดหนา A F#m อาจเจ็บอีกนาน แต่ว่าฉันคงไม่เป็นไร Bm E A F#m เคยมีตัวคนเดียว ก็แค่มีเท่าเดิม ก็แค่ไม่เหลือใคร A F#m คนเราจะมีสักกี่ครั้ง ได้เดินบนทางที่ตรงใจ D E เธอเจอมันแล้วก็ก้าวไป เธอเลือกได้อะไรที่ดีกว่ากัน ( *,** ) F#m D A โวว.. เปลี่ยนใจเธอไม่ได้ ไม่ฝืนใจกัน ก็ทิ้งกันไป เย.. F#m D A อาจทำใจได้ยาก คงไม่เป็นไร แค่เสียเธอไป โอ.. โว.. F#m/D/A/A (2 Times) ( ** ) Outro: A/A 5월 4일 a dayวันนี้เหงาจัง ตอนเช้าไปส่งพี่เนกะบักโต้งไปผจญโลกกว้าง อยากไปด้วยแต่จำเป็นต้องกลับบ้าน วันนี้เหงาจิงๆ ได้พูดกะเพื่อนแค่ไม่กี่ประโยคเองตอนเจอที่กรงหมา เหมือนวันนี้จะลอยๆยังงัยก้อม่ายรู้ ง่วงก้อง่วงแต่นอนไม่หลับ เล่นแต่คอมทั้งวันเลย กีต้าร์สายก้อขาด เล่นเพลงก้อมะด้าย ตอนบ่ายๆก้อไปแฟรี่ไปเอากุญแจ เลยแวะขึ้นไปดูที่โรงหนัง เห็นหนังเรื่องM:I 3เข้าใหม่ ตั๋วถูกจองเต็มเกือบหมดเลย ทีแรกก้อว่าจะดู แต่ม่ายมีคัยไปด้วย เลยแอบไปยืนหน้าประตูได้ยินเสียงหนังตัวอย่างแค่นี้ก้อสุขใจแล้ว เลยเดินเล่นซักพัก เดินไปที่ร้านหนังสือซีเอ็ด คนอยู่กันแน่นร้านเลย แน่นจิงๆ แทบจะเดินเข้าซอกซอยไม่ได้ เพราะมีทั้งเด็กและไม่เด็กมายืนอ่าน นั่งอ่านกีดขวางทางจราจรมาก ดูๆไปแล้วเหมือนห้องสมุดเลย บางคนคงไม่ต้องซื้อหนังสือเลย แบบว่านั่งอ่านจนจบเลยก้อมี เห็นแบบว่านั่งจนแทบจะนอนอ่านเลยก้อว่าได้ แถมแอร์เย็นๆอีก เอาหมอนด้วยเลยป่ะล่ะ เด๋วกูจัดให้ แล้วตอนลงบันไดเลื่อนอ่ะ เจออุ๊กะแอร์ด้วย ดูแบบว่าไฮโซมาก จนเรามะกล้าทักเลย แต่ก้อได้คุยกันแป๊บเดียวเอง กะจะกินไอติมแดรี่คีนของโปรดก้อแบบว่ารูสึกกินอะไรไม่ลงเลยอ่ะวันนี้ ทั้งๆที่มาแล้วไม่เคยพลาด แต่วันนี้เราดูแปลกไปจิงๆ ไม่รู้สมองในส่วน Limbic system มันทำงานไม่น้อยไปหรือมากไปก้อไม่รู้ ที่จริงวันนี้อยากไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกคนเดียว แต่เราะไอ้ไปวิ่งอ่ะแหละ เลยทำให้หิวข้าวต้องกลับมากินก่อน อย่างน้อยๆวันนี้ฉันก้อให้เวลากับตัวเอง คิดสิ่งที่ผ่านๆมา แต่ถ้าจะให้เลือกฉันไม่อยากอยู่คนเดียวเลย ฉันรู้ว่าความเหงามันทรมานแค่ไหน แค่อยากมีใครซักคนอยู่ด้วย แต่ฉันก้อเกรงใจ ฉันไม่อยากให้ใครมาทนอยู่กับฉัน ฉันสร้าความเหงาขึ้นมาเอง ฉันต้องรับผิดชอบมันเอง พรุ่งนี้เช้าฉันก้อจะกลับบ้านแล้ว หวังว่าคงจะดีขึ้นนะ ถ้าไม่ดียังงัยเจอกันที่วังสะพุงก้อแล้วกัน คอยดูคราวนี้จะขึ้นไปขย่มถังเก็บน้ำ ได้ข่าวว่ามานโยกได้ ไม่รู้ว่าเกิดมันถล่มขึ้นมาจะเรียกรถพยาบาลหรือปอเต๊กตึ้งดี แต่งัยก้อขอมันส์ไว้ก่อนล่ะกั๊บ เจ็บแค่ไหนช่างมัน แล้วเจอกันเมื่อท้องฟ้าเป็นสีหม่น 5월 2일 ชีวิตฉัน เป็นของใครครั้งหนึ่ง คนเราถือกำเนิดมา ชีวิตที่อยู่บนโลกมันจะซักกี่ปีกัน เราต่างถามกันว่าเราเกิดมาทำไม ในมุมของฉันคือเราเกิดมาเพื่อรอวันตาย และใช้เวลาก่อนตายทั้งหมดทำสิ่งต่างๆ วันนี้มีเพียงวันเดียว พอเข้าสู่วันพรุ่งนี้ วันนี้ก้อจะกลายเป็นเมื่อวาน เวลาทุกวินาทีกำลังวิ่งสู่ความตาย แล้วทำมคนเราถึงมัวแต่ยังยึดติด พะวง ยังลังเล หากเรายังยึดติดในวังวนของกระแสความคิดของคนอื่น ที่คอยชี้นำบงการชีวิตอยู่ เราก้อไม่ต่างอะไรกับร่างทรงที่คนอื่นๆบังคับไปได้อย่างที่ใจต้องการ หากเกิดมาชาติหนึ่งเราจะเชื่อในตัวของตัวเองจะดีกว่ามั๊ย ทำในแนวทางของตัวเอง อาจจะผิดบ้างถูกบ้าง แต่มันก้อดีกว่าหากถูกใครชี้นำ บางคนที่ชี้นำดีก้อดีไป แต่ถ้าเค้าไม่ได้คิดหวังดีกับเราล่ะ หากเราทำตามทางของตัวเอง หากพลาดเรายังเสียใจน้อยกว่าพลาดเพราะคนอื่นบอกให้ทำ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผ่านมาก้อผ่านไป แต่จะมีซักกี่คนที่สนิทกับเรา รักและหวังดีกับเราอย่างแท้จริง แต่ในที่สุดแล้ววันสุดท้ายของชีวิตมันก้อจะเหลือเพียงแค่เราคนเดียว คงไม่มีใครตามไปด้วย วันนี้ฉันขอทำตามที่ใจต้องการ ฉันเชื่อในทางของฉัน หากฉันผิดพลาดมันก้อเกิดขึ้นกับฉัน ฉันจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ชีวิตฉันฉันขอกำหนดเอง เพราะชีวิตนี้เป็นของฉัน 2월 7일 In My Hateยังมีเรื่องขำขันที่ฮาไม่รู้จบบนโลกมนุษย์ ท้องฟ้าเปลี่ยนสีกลางวันกลับเป็นกลางคืน กลางคืนคนเราเอาแว่นกันแดดมาใส่ ยามแสงจันทร์สาดส่องคนเราถอดแว่นเพื่อชมแสงจันทร์ ยามกลางวันคนเรากลับหลับไหล แสงสว่างนำพา สรรพสิ่งตื่นขึ้น เหล่าฝูงค้าวคาวบินออกหากิน ยามแผ่นสงบร่มเย็น ความยากเข็ญไม่เกิด เราต่างนอนหลับไหล ฤดูกาลผ่านพ้น หนาวกลับร้อน ร้อนกลับหนาว คนเรายังยึดมั่นในตัวตน มนุษย์ผู้โง่เขลา ยังเบียดเบียนเหล่าสรรพสัตว์บนโลกนี้ มนุษย์คิดว่าตัวเองเป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุด แต่หารู้ไม่ สมองที่พัฒนาขึ้นมาให้เหนือกว่าสัตว์อื่นๆนั้น มันไม่ทำให้เห็นว่าเราจะดีไปกว่าสัตว์โลกธรรมดา คนเรายังเข่นฆ่า คนเรายังแก่งแย่ง คนเรารักกัน คนเราเมตตา คนเรายังหลับไหล วันใดที่มนุษย์ตื่นขึ้นมา แล้วพบโลกที่แปลกไป ไม่เหมือนเดิม เนื่อหนังเริ่มหย่อนยาน สิ่งต่างในร่างกายเริ่มทำงานไม่ปกติ หมุษย์ดิ้นรน หนีพ้นความตาย ไม่มีใครหนีกาลเวลา เราไม่เคยทำอะไรเพื่อฆ่าเวลา แต่เวลาต่างหากที่ตามฆ่าเราทุกวินาที วิถีแห่งมนุษย์สิ้นสุดเมื่อหมดลมหายใจ กลับกลายธาตุสู่พิ้นดิน แผ่นฟ้า คนเราอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร คำตอบให้หาเอาเอง เพราะคนเราต่างจิตต่างใจ คนดีคนชั่ว ขึ้นอยู่กะคนที่มองตัวคนตัดสิน ความดีความชั่วไม่มีสิ่งใดวัดได้ การมองคนด้านเดียวอาจจะไม่ยุติธรรม แต่นีแหละ บนโลกนี้หาความยุติธรรมได้ที่ไหน ผู้ที่ถูกคือผู้ที่เสียงข้างมากให้การยอมรับ ดั่งเช่น ถ้ามีคุณเป็นคนสับรางรถไฟให้แยกเป็น2ทาง ทางหนึ่งเป็นทางที่เลิกใช้แล้ว อีกทางยังคงใช้ตามปกติ ทางที่เลิกใช้มีเด็ก1คนมาเล่นบนทางรถไฟ กะอีกรางที่ยังใช้อยู่มีเด็กอยู10 คนเล่นอยู่บนรางนั้น ถ้าคุณเป็นคนสับรางคุณจะสับรางไปทางไหนมีข้อแม้ว่ารถไฟขบวนนี้จะชนเด็กตายแน่นอนและจะต้องเลิกทางใดทางหนึ่ง เป็นคุณจะเลิกทางไหน..............ผมถามคำถามเพื่อนผม หลายต่อหลาย เค้าก้อตอบว่าสับไปที่เด็ก 1 คนสิ เลิกที่จะสูญเสียน้อยกว่า มันยุติธรรมกับเด็ก 1 คนมั๊ยล่ะ ในเมื่อเค้าเล่นในที่ๆถูกต้อง รางนั้นเลิกใช้ไปนานแล้ว เค้าเล่นอยู่ในที่ๆถูกต้องแล้ว เค้าผิดอะไร เค้าถึงต้องตาย ในเมื่อเด็กอีก 10 คนเค้าเล่นไม่ถูกที่ มนุษย์ยังคงหลับไหลต่อไป เหล่าสัตว์ทั้งหลายในจักรวาลยังคงหัวเราะ ในเหล่ามนุษย์ขี้เซา 1월 16일 สอบวิชาบังคับสัตว์ ที่สถานีฟาร์ม จ.เลยพวกเราก้อไปกันตั้งแต่เย็นวันศุกร์เลย ก่าจะถึงก้อมืดเลยยย หอพักที่สถานีฟาร์มดีมากๆ บรรยากาศดี ที่นอนผ้าห่มก้อมี อยย่างน้อยเราก้อมีหอพักของคณะเหมือนพวกหอพักแพทย์ หอพักพยาบาล คืนนั้นด้วยฤทธิ์ของพญาลอทำให้หลับเป็นตาย เช้าวันรุ่งขึ้น ถึงเวลาเรียนและไปสอบบังคับสัตว์กันจริงๆแล้ว เราไปที่หน่วยสัตว์ปีกก่อนเลย วิ่งไล่จับเป็ดกันมันมาก อาจารย์ให้เจาะเก็บเลือดเป็ด แล้วเราก้อไปกันต่อที่โรงเรือนแพะ และ หมู ก้อได้เรียนรู้วิธีต่างๆ ทั้งอุ้มข้ามคอก จับนั่ง ... ลูกหมูน้อยนิ่ ร้องดังมั่กๆๆ กรี๊ดอย่างเดียวเลย อุ้มหน่อยก้อมะด้าย ก้อเห็นว่าน่ารักเลยอยากอุ้มอ่ะนะ และที่มันสุดๆ เห็นทีจะเป็นการบังคับวัวนิแหละ สิ่งที่สอบบคือการล้มวัวด้วยมือปล่าว และล้มวัวใหญ่ด้วยเชือก วัวน้อยที่นี่แรงเยอะกว่าที่อยู่คณะซะอีก ยิ่งวัวใหญ่ไม่ต้องพูดถึง คัยเข้ามาในคอกนิ่ ไล่ชนเลยอ่ะ นึกว่าตัวเองเป็นมาธาดอร์อยู่ แต่ไม่ไหวอ่ะ หนีดีกว่า การสอบก้อผ่านไปได้ด้วยดี ครบ32 ด้วยความที่ว่าปี2อาจจะยังใหม่กับเรื่องนี้อยู่ ถูกมั่งผิดมั่ง อาจารย์เลยให้คำแนะนำต่างๆ แล้วเราก้อกลับที่พักกัน ..... เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนแรกว่าจะได้กลับต่เช้า แต่รถมันดันมาเสีย ก้อเลยรอ ร๊อ รอ ในที่สุดเราก้อได้นั่งรถตัดอ้อยกลับบ้าน ..... ก้อได้บรรยากาศชาวไร่อ้อยไปอีกแบบ หลังจากเคยเป็นชาวไร่แห้วมานาน ระหว่างพี่เสือก้อเขียนลายต่างๆ ทั้งมังกรมั่ง ปลาไหลมั่ง หนวดก้อมี สรุปแล้วกลับมาถึงคณะเนี้ย ลายทั้งตัวเลย อิอิ คิดถึงวังสะพุงจังงงงงงงงงง 12월 16일 Thank a lot ^^เสร็จสิ้นค่าย สพอ. 19 แล้ว โล่งใจจัง ไอ่เราก้อกลัวจะมีปัญหาในระหว่างค่าย แต่ก้อผ่านไปได้ด้วยดี ก้อไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ ที่มาช่วยขนทีวี เครื่องเสียง ขอบคุณสิ่งดีๆ ขอบคุณมิตรภาพความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ขอบคุณอาจารย์อี๊ตและพี่ๆที่ออกโมบายนำกันที่สอนเทคนิคต่างๆให้ ขอบคุณพี่ๆกรรมการทุกคนสำหรับคำแนะนำต่างๆ และที่ขาดไม่ได้เลยขอขอบคุณประธานชุมนุมคนเก่งของผม พี่บอมบ์ ที่ให้โอกาส ถ้าไม่มีพี่ผมคงไม่ได้มาอยู่ใน สพอ. ดีใจที่ได้ร่วมงานกับพี่คับ11월 17일 ลอยความทุกข์ วันนี้วันดีๆ วันเพ็ญเดือน12 หนึ่งปีมีครั้งเดียว งานลอยกระทง งานวัดมข. ดีๆนิ่เอง หลังจากต้องไปทำอุปกรณ์เดินขบวนหลายวันแล้ว ได้เวลาไปชม กัน เรียนlab biochem เสร็จเรยยรีบไปรอดู นั่งตั้งแต่5โมงเย็นกว่าขบวน ของสัดแพดเราจะมาก้อปาเข้าไปเกือบทุ่มหนึ่ง งานลอยกระทง ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดอยู่ที่บึงสีฐาน ถนนถูกปิดเป็นทางเดินเท้า วันนี้ผู้คนเนืองแน่น มีทั้งเด็กมหาลัย และคนภายนอกเข้ามาร่วมงานที่จัด ขึ้น ในงานมีทั้งขายของ เสื้อผ้า กระเป๋า ตุ๊กตา ฯลฯ มีส่วนของเครื่องเล่น ด้วย เช่น บ้านผีสิงค์ ปาเป้า ชิงช้าสวรรค์(อันนี้ได้รับความนิยมสูง ใครดู หนังเรื่องเพื่อนสนิทคงจะเข้าใจดี) มีการแสดงหมอลำด้วย และที่ชอบอีก อย่างคือการแสดงปาหี่ ที่แบบว่าเอางูเห่ามาโชว์ ใบ้เลขหวยขายกุมารทองอะไรแบบนี้ น้องๆงานวัดเลยนะเนี้ยยยย และมีส่วนของซุ้มให้ทางคณะ ต่างๆจัดขึ้น เราก้อมุ่งหน้าไปทางซุ้มของน้องคณะ ก้ออุดหนุนน้องๆอ่ะนะ ทั้งเล่นเกมตักปลา ตักม่ายด้ายเลยอ่ะ แล้วก้อซื้อผัดมาม่ากะน้อของน้องๆ อืมมม คิดถึงตอนเราอยู่ปี1จัง วันนี้เมื่อปีที่แล้วเราทำเกมหนูลงรู กว่าหนูจะ เข้ารูทำเอาคนลุ้นเซ็งกันไปตามๆกัน อิอิ เวลาช่างผ่านไปเร็วจัง... มาถึง ไฮไลด์ของงานคือการลอยกระทง ปีนี้ไปกับบักโต้งกะบักเก๋ง เห็นมีแต่เค้า มาเปงคู่อ่ะ เดินจูงมือกานมั่ง พูดคุยสนุกสนานดูมีความสุขดีจัง ไม่รู้เค้าอธิ ฐานอะไรกันน้า... ผมอธิฐานว่า .......(ไม่บอก) แต่ปีนี้รูสึกเหงาเล็กๆ เพราะเพื่อนมากันน้อยจัง นึกว่าจะได้ลอยเป็นหมู่คณะ -_-!
แล้วเจอกันใหม่ ลอบกระทงปี49 |
|||
|
|